![]()
” ด้วยเกล้า” เป็นภาพยนต์ไทยที่ทรงคุณค่า ฉายเมื่อปี ๒๕๓๐ จรัล มโนเพ็ชรเป็นหนึ่งในผู้แสดงนำ และได้รับรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมตุ๊กตาทองนี่ เป็นภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียวที่โปรดเกล้าฯ พระราชทาน 9 เพลงพระราชนิพนธ์สิ่งสำคัญที่สุด นี่คือ ภาพยนตร์ไทยเฉลิมพระเกียรติที่หาชมได้ยากยิ่งและเหมาะสมที่สุด
*****************************************************************
“วันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๔๙ ดู ……..ด้วยเกล้า”
สมาคมผู้กำกับภาพยนต์ไทย ร่วมกับ บริษัทไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด เป็นเจ้าภาพร่วมกันจัดฉายภาพยนต์ เรื่อง ” ด้วยเกล้า” ในโครงการ ” ร่วมใจ ด้วยเกล้า หนังไทยเพื่อในหลวง”
![]()
” ด้วยเกล้า” เป็นภาพยนต์ไทยที่ทรงคุณค่า ฉายเมื่อปี ๒๕๓๐ จรัล มโนเพ็ชร เป็นหนึ่งในผู้แสดงนำ และได้รับรางวัล นักแสดงนำยอดเยี่ยมตุ๊กตาทอง การจัดฉายครั้งนี้ จะฉายให้แก่สาธารณชนทั่วไป ตั้งแต่ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงภาพยนต์ชั้นนำ ๙ แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมรายได้มอบให้ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย ในวาระ ปีมหามงคลครองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปี
![]()
![]()
เรื่องย่อ “ด้วยเกล้า” ในปีแรกที่พระบาทสมเดชพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงพระราชทานข้าวเปลือก จากแปลงทดลองในวังสวนจิตรลดา สู่พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ “เสาคำ” ( จรัล มโนเพ็ชร ) ชาวนาชาวล้านนา ได้มาเก็บกอบเมล็ดข้าวในพิธีไป ๑ กำเล็กๆ ด้วยความรักเทิดทูนและศรัทธาใน ” ข้าวของพ่อ ” เขาหว่านข้าวเหล่านั้นลงในผืนดินที่แห้งแล้ง ต่อสู้กับความไม่มีน้ำใจของนายทุน และธรรมชาติที่โหดร้าย จนถึงวันหนึ่งที่ “ฝนหลวง” ซึ่งไม่ใช่น้ำฝนธรรมดา แต่เป็นน้ำพระทัยจากในหลวง ที่ได้ชโลมแดนดินกันดาร ” เสาคำ ” ผู้เหมือนว่าจะพ่ายแพ้ จึงกลับยืนหยัดได้ พร้อมรวงข้าวสุกอร่ามเต็มอ้อมแขนและดวงตาเปี่ยมประกายความสุข
กำกับการแสดงโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล นำแสดงโดย
จรัล มโนเพ็ชร – นฤมล นิลวรรณ
จินตหรา สุขพัฒน์ – สันติสุข พรหมศิริ
![]()
“ด้วยเกล้า” เป็นภาพยนตร์อีก เรื่องหนึ่งที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี และความเคารพเทิดทูลในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีเนื้อหาสาระเป็นคติสอนใจคน ซึ่งถ่ายทอดจากความรู้สึกของชาวนาและสื่อให้เห็นถึงความยากลำบากของกระดูก สันหลังของชาติ แต่ยังดีที่แม้ว่าทุกคนจะแร้นแค้นจนยากสักเพียงใด น้ำพระทัยของในหลวงก็แผ่กระจายเอาความชุ่มชื่นร่มเย็นไปถึง
![]()
เมื่อคราวที่แล้วนำบทเพลง จากยอดดอย ซึ่งจรัล มโนเพ็ชร ร้องเอาไว้เมื่อนานมาแล้วมาร่วมกันปลอบขวัญทหารแนวหน้า ก็อยากจะเขียนถึงจรัลอีกหน่อยในแง่อื่นว่า นอกจากเพลงป็อปที่จรัลทำออกมานั้น เขายังมีความเก่งกาจในเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการแสดง
คือมีไม่กี่คนนะครับที่จะร้องเพลงได้ดี แต่งเพลงได้เยี่ยม
แถมยังไปเอาดีทางด้านการแสดงได้อีก
จำ ได้ว่าเมื่อครั้งที่จรัลผู้นี้ไปร้องเพลงและรับบทเป็น ดอน กิโฮเต้ ในละครเพลงสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ทำเอาผมขนลุกเลยละครับ เพราะ รูปร่างไม่ใหญ่แบบจรัลกลับรับบทเป็น ดอน กิโฮเต้ อัศวินกระหร่องผู้มีความฝันเป็นแรงชูใจจนกระทั่งผลักดันให้เขาเติมเต็มฝัน ในใจของเขาได้สำเร็จ
เป็นเรื่องเศร้าๆของคนช่างฝัน แต่ก็เป็นเรื่องน่าปีติของคนช่างฝันเหมือนกัน ขณะ ที่เมื่อมาเล่นละครโทรทัศน์หลายคนก็น่าจะยังจำบทบาทของเขาได้จาก ขมิ้นกับปูน บทที่กราดเกรี้ยวของตาแก่ไม่รู้จักปล่อยวางนั้นก็น่าประทับใจ เข้าใจว่า จรัลจะได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำจากบทบาทที่เขาแสดงในเรื่องนี้เสียด้วย อีก บทบาทหนึ่งที่ผมคิดว่าคนก็น่าจะทำกันได้ว่า ศิลปินที่แท้จริงผู้นี้เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ซึ่งเป็นรางวัลของวงการภาพยนตร์เขา จากบทบาทการแสดงนำในภาพยนตร์เทิดพระเกียรติเรื่อง “ด้วยเกล้า” เมื่อปี พ.ศ. 2530
เรื่องด้วยเกล้านี้เด็กรุ่นหลังๆ หรือ คนรุ่นผมนั้นน่าจะไปหากันมาดู
เพราะ เห็นมีขายแถวๆคลองถมกันเพียบไปหมด
เหตุ ที่ต้องเชียร์ให้ไปดูกันก็เพราะ เนื้อร้องของด้วยเกล้าและพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องนั้นมีส่วนที่คล้ายกับ เหตุการณ์ในบ้านเมืองเราช่วงนี้มากทีเดียวครับด้วยเกล้าออกฉายเมื่อปี 2530 เป็นผลงานภาพยนตร์ของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ซึ่งตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิด อาบัณฑิต ยังทำหนังสะท้อนชีวิตหรือหนังสะท้อนสังคมกันอยู่ แล้วถ้าจำไม่ผิดอีกหลังจากที่อาบัณฑิตท่านทำเรื่องด้วยเกล้าเสร็จแล้วท่าน ก็โดดไปเริ่มต้นภาพยนตร์ไทยซีรี่ส์ที่น่ารักที่สุดอย่าง
” บุญชู” หลังจากนั้นแกก็เข้าสู่ทำเนียบผู้จัดการร้อยล้านเข้าไปอีกคน ( ก็แนะนำอีกเหมือนกันว่า ภาพยนตร์บุญชูทุกภาคนั้นน่าที่จะไปหามาดูกัน เพราะ สนุกและน่ารักเหลือเกินครับ…และส่วนที่น่ารักอย่างยิ่งก็คือ บทเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งก็ได้ จรัล มโนเพ็ชร มาช่วยเขียนและร้องเพลงให้เหมือนกัน )
สำหรับ ภาพยนตร์เรื่อง ‘ด้วยเกล้า’ นั้นสะท้อนชีวิตชาวนาไทยในภาคเหนือ และความศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือพ่อหลวงของชาวไทย หนังแสดงให้เห็นประเด็นคันๆประเด็นหนึ่งว่า ศรัทธาบางประการนั้น ถ้าเอาแต่ตั้งไว้บนหิ้งบูชาทั้งๆ ที่ศรัทธาที่ว่านั้นสามารถไปแตกเถาเหล่ากออะไรต่อไปมิอะไรให้อีกมากมาย มันจะมีประโยชน์กว่าไหมแทนที่จะเก็บศรัทธาเอาไว้ในใจ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเผื่อเครื่องหมายแห่งศรัทธานั้นสามารถเอามาใช้ได้จริงเสียด้วย…เราจะปล่อยไว้เฉยๆ เชียวหรือ?
ด้วยเกล้าเปิดเรื่องมาน่ารักครับ นั่นคือ พ่อเฒ่าจากภาคเหนือท่านหนึ่ง มีโอกาสได้พันธุ์ข้าวจากงานจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งตามปรกติก็เป็นงานพระราชพิธีของประเทศไทยอยู่แล้ว ใครที่เคยเห็นการถ่ายทอดสดพิธีนี้ก็คงจะนึกออกว่า หลังจากที่พระโคกินข้าวและพราหมณ์ประจำพระราชพิธีได้กราบบังคมทูลคำทำนาย สภาพการเกษตรของประเทศในปีนั้นๆ เรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับ ความโกลาหลก็จะบังเกิดนั่นคือ ชาวบ้าน ชาวเมืองที่อยู่รอบๆ สนามหลวงซึ่งพระโคได้ไถไปเรียบร้อยแล้วนั้น ก็จะวิ่งไปเก็บพันธุ์ข้าวที่มีการหว่าน เพื่อจะเก็บเอาเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไปบูชากัน
![]()
บางคนก็ไม่ได้บูชาเองหรอกครับ แต่เอาไปใส่ถุงพลาสติกขายให้คนที่อยากได้พันธุ์ข้าวผ่านพิธีไปบูชากัน
แน่ นอนภาพแบบนี้โกลาหลแบบนี้อาจจะดูไม่งามนัก แต่ก็กลายเป็นประเพณีกลายๆไปแล้วว่าหลังงานแรกนาขวัญก็จะมีการกระทำแบบนี้ แน่นอนอีกเหมือนกันว่าภาพเหล่านี้แสดงถึงความศรัทธาที่ประชาชนไทยมีต่อองค์ พระเจ้าอยู่หัวกันขนาดไหน
ในเรื่องด้วยเกล้านั้นพ่อ เฒ่าก็ได้รับเมล็ดพันธุ์ข้าวกับเขาด้วย แต่แทนที่ท่านจะเอาบูชาเหมือน
พรรคพวกเพื่อนฝูงหรือคนอื่นๆ ที่เขาทำกัน พ่อเฒ่ากลับคิดอีกแบบว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวที่อุดมไปด้วยศรัทธานี้มีคุณค่าและควรจะสืบต่อความศรัทธา นี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง นั่นคือ เอาไปปลูกกันจริงๆ และเพาะพันธุ์ให้ผลิดอกออกรวงให้สมกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา
แต่การปลูกข้าวในพื้นที่แถวบ้านท่านและในสภาพ ที่ธรรมชาติค่อนข้างจะโหดร้ายนั้นเป็นเรื่องลำบากอยู่สำหรับท่านพ่อเฒ่า ลูกหลานก็เหนื่อยใจกับแก ขณะที่คนแถวบ้านก็พยายามหาเรื่องแกว่าทำอะไรไม่เข้าท่า เพราะเมล็ดข้าวของในหลวงนั้นน่าจะเอามาใส่ตลับเก็บไว้บนหิ้งมากกว่า เป็นของสูงที่ไม่ควรจะแตะ
คือกลายเป็นพ่อเฒ่าคนนี้ดันทำผิดวิถีประชาเสียอีกในสายตาของชาวบ้านเขา
หนัง เรื่องนี้อาบัณฑิตทำออกมาได้ใจมากนะครับ เพราะลุ้นเหลือเกินว่าจะจบกันอย่างไร
ลุ้นว่าพ่อเฒ่าจะเลิกและขว้างศรัทธาของแกทิ้งหรือเปล่า แน่นอนเรื่องนี้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งจะจบกันอย่างไรขอบอกคำเดียวว่า ต้องไปหามาดูกัน ขณะเดียวกันตลอดเรื่องราวของหนังก็มีการแทรกเรื่องของโครงการหลวงเป็นระยะๆ ซึ่งเราจะได้เห็นว่าพ่อหลวงของเรานั้นพระองค์ท่านได้ทรงทำอะไรเพื่อชาวบ้าน และราษฏรของพระองค์ท่านกันบ้าง
![]()
พูดถึงเรื่องนี้ก็ เพราะนึกถึงเหตุการณ์ปัจจุบันนี้ที่พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวหลายต่อหลายคราที่พระองค์ท่านพระราชทานลงมา หลายคนก็ฟังแล้วก็รับไว้ด้วยเกล้า…แล้วก็รับไว้เท่านั้น แต่มิได้เอามาปฏิบัติ…ตามลักษณะ ‘ปฏิบัติบูชา’ อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ประทานมานั้นก็เพื่อต้องเอาให้พวกเราชาวไทย เอาไปดำเนินการต่อ หรือ ดำเนินตามรอยเท้าพ่อของแผ่นดินพระองค์นี้
หลาย คนบอกว่าปฏิบัติบูชาต่อพระเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะ พระองค์อยู่เหนือกว่าทุกประการ ขณะที่อีกสายหนึ่งบอกว่าต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและควรจะปฏิบัติให้ ออกดอกออกผล เพราะสิ่งที่ท่านพระราชทานลงมานั้นมีค่าและควรอย่างยิ่งที่ต้องไปปฏิบัติ
![]()
สำหรับ ราษฏรผู้จงรักภักดี ผมคิดว่า การปฏิบัติบูชาถือเป็นสิ่งที่พึงกระทำ ไม่ใช่การแสดงความจงรักภักดีด้วยน้ำลายเท่านั้น ซึ่งถามว่ามันยากลำบากไหม แน่นอนยากแน่ครับ อย่างน้อยก็ต้องสู้กับวิถีประชาที่คิดว่าพระราชดำรัสนั้นเป็นของสูงซึ่งไม่ ควรจะไปแตะต้องเหมือนอย่างที่พ่อเฒ่าในเรื่องด้วยเกล้าโดนมา
แต่ เพราะเราเชื่อในแนวทางของพระองค์ท่าน ต่อให้ใครจะว่าอย่างไรเราก็ยังคงยืนยันที่จะปฏิบัติตนตามแนวพระราชดำริ ซึ่งก็จะต้องสวนทางกับความเชื่อของคนบางคนอย่างในเรื่องด้วยเกล้านี่เหมือน กันที่เห็นว่า พ่อเฒ่านั้นประหลาดและทำอะไรไม่เข้าท่า
จรัล เล่นในเรื่องนี้ได้สุดยอด สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับรางวัลอันทรงเกียรติที่ว่านี้เพราะ แบบนี้ผมก็เลยขอนำบทเพลงของ จรัลมาใส่ไว้ในท้ายของบทความนี้ด้วย แน่นอนว่าสำหรับคนที่ตั้งใจปฏิบัติบูชาตามแนวทาง ความศรัทธาที่มีต่อแนวทาง แม้จะยากลำบากสักเพียงไหน
สุดท้ายผมเชื่อว่าเราจะได้รับชัยชนะอย่างที่เราฝันไว้
จาก…บทความของคุณต่อพงษ์ แห่ง นสพ.ผู้จัดการ / เขียนเมื่อ 21 คุลาคม ปี 2548
สมาคมผู้กำกับ ปัดฝุ่น “ด้วยเกล้า” หนังไทยเพื่อในหลวง
สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จับมือกับ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นจัดโครงการ “รวมใจ “ด้วยเกล้า” หนังไทยเพื่อในหลวง” นำเอาภาพยนตร์เกียรติยศแนวสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอย่าง” ด้วยเกล้า ” ผลงานกำกับของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล กลับมาฉายใหม่อีกครั้ง
![]()
เนื่องในวโรกาสปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราช สมบัติครบ 60 ปี ซึ่ง “ด้วยเกล้า” นำแสดงโดย จรัล มโนเพ็ชร, จินตหรา สุขพัฒน์, สันติสุข พรหมศิริ และ กฤษณ์ ศุกระมงคล เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เปิดเผยว่า “ผมดีใจและปลื้มใจมากที่ไฟว์สตาร์ ไว้วางใจในตัวสมาคมให้ร่วมกันสร้างสรรค์ฟิล์มชิ้นใหม่ของหนังเรื่อง “ด้วยเกล้า” โดยการทำงานครั้งนี้ เราไม่ได้มีการดัดแปลง หรือเปลี่ยนโครงสร้างของหนังแต่อย่างใด คงความเป็นเอกลักษณ์และสไตล์การทำงานของพี่บัณฑิต ที่ทำไว้อย่างดีเยี่ยมอยู่แล้ว เพียงแต่เราได้ทำในส่วนของการปรับปรุงและแก้ไขในเรื่องคุณภาพเสียงใน ระบบดอลบี้ 5.1 และได้พันธมิตรที่ ดี “กันตนา” เอื้อเฟื้อ เรื่องห้องแล็บเพื่อใช้ในขั้นตอนผลิตฟิล์มทั้งหมด “ฟูจิ ฟิล์ม” เองก็เอื้อเฟื้อฟิล์มมาให้ใช้ในการทำต้นฉบับใหม่ รวมทั้ง “วนิลา สกาย” ช่วยทำเสียงประกอบภาพยนตร์ใหม่ “ลัลลา บาย” ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมี “ห้องบันทึกเสียงรามอินทรา” ร่วมบันทึกเสียงให้ใหม่หมด
“เดอะโพสต์ บางกอก” ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภาพยนตร์ตัวอย่าง ครั้งใหม่ โดยมีราเชนทร์ ลิ้มตระกูล และ สุเทพ ตันนิ รัตน์ ร่วมตัดต่อและจัดทำโปสเตอร์ แบนเนอร์ สื่อโปรโมตทั้งหมด และคุณเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รับหน้าที่งานครั้งนี้
![]()
โดยมีกำหนดเข้าฉาย 9 ก.ย.นี้ ที่โรงภาพยนตร์ทั้งเมเจอร์ อีจีวี และ เอสเอฟ โดยรายได้ในการเข้าฉายอาทิตย์แรก ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อนำเงินทั้งหมดร่วมสมทบทุน “มูลนิธิชัยพัฒนา” ทั้งหมดนี้ผมและทีมงานปลื้มปีติที่ได้ร่วมทำความดีถวายในหลวงเนื้อหาส่วนหนึ่ง ในหนังพี่บัณฑิตได้บอกเล่าไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในน้ำพระทัยของในหลวง ที่มีต่อประชาชนชาวไทย สิ่งดี ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีมูลนิธิชัยพัฒนาอันเป็นที่มาของฝนหลวงที่เป็นส่วนสำคัญในหนัง เรื่องนี้
ภาพยนตร์ไทย
รวมใจ “ด้วยเกล้า” หนังไทยเพื่อในหลวง
โดย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ร่วมกับ บริษัทไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพแถลงข่าวโครงการ รวมใจ ‘ด้วยเกล้า’ หนังไทยเพื่อในหลวงด้วยการนำภาพยนตร์เกียรติยศแนวสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม พ.ศ.2530 เรื่อง ด้วยเกล้า ผลงาน การกำกับของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล นำแสดงโดย จรัล มโนเพ็ชร,จินตหรา สุขพัฒน์,สันติสุข พรหมศิริ และ กฤษณ์ ศุกระมงคล กลับมาฉายอีกครั้งในโรงภาพยนตร์
ด้วยเกล้า เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี และความเคารพเทิดทูน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีเนื้อหาสาระเป็นคติสอนใจคน ซึ่งถ่ายทอดจากความรู้สึกของชาวนาและความยากลำบากของกระดูกสันหลังของชาติ แต่ยังดีที่แม้ว่าทุกคนจะแร้นแค้นยากจนสักเพียงใด ความร่มเย็นและน้ำพระทัยของ ‘ในหลวง’ ก็แผ่กระจายเอาความชุ่มชื่นร่มเย็นไปถึง…เป็นภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าและควร ชม
![]()
![]()
ด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใน ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ’ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย และ บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ได้ผนึกกำลัง ระดมสมองและใจ ในการนำภาพยนตร์เรื่อง ด้วยเกล้า กลับมาฉายอีกครั้ง โดยเรามิได้ดัดแปลงของเดิมแต่อย่างใด เพียงแต่ปรับปรุงและแก้ไขในเรื่องคุณภาพเสียงจากของเดิมเปลี่ยนเป็นระบบ ดอลบี้ 5.1 ซึ่งได้รับความเอื้อเฟื้อจากบริษัท ดอลบี้ มาช่วยดูแลในด้านระบบเสียงให้ รวมไปถึง กันตนา เอื้อเฟื้อแล็ปเพื่อใช้ในขั้นตอนผลิตฟิล์มทั้งหมด ,ฟูจิ ฟิล์ม มอบฟิล์มในการทำต้นฉบับใหม่ ,วนิลาสกาย ร่วมทำเสียงประกอบภาพยนตร์ใหม่, ลัลลาบาย ร่วมทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ , ห้องเสียงรามอินทรา ร่วมบันทึกเสียงให้ใหม่ทั้งหมด และ เดอะโพสต์ บางกอก ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภาพยนตร์ตัวอย่างครั้งใหม่ โดยมี ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล,สุเทพ ตันนิรันดร์ ร่วมตัดต่อและจัดทำโปสเตอร์ และ แบนเนอร์สื่อโปรโมททั้งหมด และคุณเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รับหน้าที่โปรดิวเซอร์งานในครั้งนี้ นี่เป็นเจตนารมณ์อันยิ่งยวดของ คนทำหนังไทย ที่ร่วมกันทำเพื่อ ในหลวง เนื่องในปีมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60ปี เพื่อย้ำเตือนความโชคดีเป็นที่สุดที่ได้อยู่ร่วมแผ่นดินไทย เป็นประชาชนของพระองค์
![]()
ภาพยนตร์ ด้วยเกล้า เปรียบเสมือนตัวแทน และ สื่อความหมายของ ความรู้สึก ของคนหนังไทย ที่มีต่อพระเจ้าแผ่นดินของเรา เนื้อหาของหนังบอกเล่าเรื่องราว ในปีแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานข้าวเปลือกจากแปลงทดลองในวังสวนจิตรลดา สู่พิธีจดพระนังคัลแรกนาขวัญ เสาคำ(จรัล มโนเพ็ชร) ชาวนาจากภาคเหนือได้มาเก็บกอบไป 1 กำเล็กๆ ด้วยความรักเทิดทูนและศรัทธาในข้าวของพ่อ เขาหว่านข้าวเหล่านั้นลงในผืนดินที่แห้งแล้ง ต่อสู้กับความไร้น้ำใจของนายทุน ความดูหมิ่นจากคนในครอบครัว และธรรมชาติที่โหดร้ายจนวันหนึ่งที่ ฝนหลวง ซึ่งไม่ใช่ น้ำฝน ธรรมดา แต่คือ ‘น้ำพระทัยของในหลวง’ ที่ได้ชโลมแดนดินกันดาร เสาคำ ผู้เหมือนว่าจะพ่ายแพ้จึงกลับมาหยัดยืนได้พร้อมรวงข้าวสุกอร่ามเต็มอ้อมแขน….
ดวงตาที่เปี่ยมประกายความสุขด้วยเกล้า จึงเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนอีกครั้ง
โดยได้รับความร่วมมือจากโรงภาพยนตร์ เอสเอฟ ,เมเจอร์ และ อีจีวี ในการนำหนังเข้าฉาย 10 แห่ง
รายได้ทั้งหมดในการ ฉายภาพยนตร์สัปดาห์แรก วันที่ 9 กันยายน-15 กันยายน พ.ศ.2549 ทางสมาคมฯ จะนำเงินร่วมสมทบทุน “มูลนิธิชัยพัฒนา” ทั้งหมด



Recent Comments